ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกค่าใช้จ่ายเดินทางไปราชการ       คณะผู้ตรวจสอบภายในกระทรวงศึกษาธิการติดตามผลการดำเนินงานด้านงบลงทุนและความปลอดภัยระบบสารสนเทศ       ประชุมเชิงปฏิบัติการการางแผนการตรวจสอบภายในและการตรวจสอบเชิงบูรณาการ       อบรมเชิงปฏิบัติการการควบคุมภายในและบริหารความเสี่ยง ประจำปีงบประมาณ 2560     
       เมนูหลัก
       เกี่ยวกับหน่วยงาน
       กฎหมาย ระเบียบ ประกาศ ข้อบังคับ
       หน่วยงานภายใน
       ลิงค์ที่น่าสนใจ
     สถิติการเข้าชมเว็บไซต์
  ขณะนี้ออนไลน์ :  1
  เยี่ยมชมวันนี้ :  24
  เยี่ยมชมเดือนนี้ :  550
  เยี่ยมชมปีนี้ :  7,169
  เยี่ยมชมทั้งหมด :  48,567
  IP :  54.162.118.107
  เริ่มนับวันที่  1 กันยายน 2554

  ประวัติความเป็นมา

     การตรวจสอบภายในภาคราชการ เริ่มมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2505 โดยระเบียบการเบิกจ่ายเงินจากคลัง พ.ศ. 2505 ได้กำหนดให้หัวหน้าส่วนราชการแต่งตั้งผู้ตรวจสอบภายในในหน่วยงาน 1 คนหรือหลายคน รับผิดชอบในการตรวจสอบการเบิกจ่ายรวมทั้งการก่อหนี้ผูกพันงบประมาณรายจ่ายของเจ้าของงบประมาณนั้นๆ และตรวจสอบงานด้านอื่นๆ ตามที่หัวหน้าส่วนราชการมอบหมายเป็นการภายใน และรายงานผลการตรวจสอบโดยตรงต่อหัวหน้าส่วนราชการ และต่อมาในปี พ.ศ. 2516 ข้อกำหนดเกี่ยวกับงานตรวจสอบภายในได้ถูกนำไปกำหนดไว้ในระเบียบ การรับจ่าย การเก็บเงิน และการนำส่งเงินของส่วนราชการ พ.ศ. 2516 แทน โดยกำหนดให้หัวหน้าส่วนราชการหรือผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งตั้งข้าราชการซึ่งไม่ต่ำกว่าชั้นตรี อย่างน้อย 2 คน เป็นกรรมการตรวจสอบการเงินประจำเดือนทุกเดือน และมีการแก้ไขปรับปรุงในปี พ.ศ. 2520 โดยเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์การแต่งตั้งผู้ตรวจสอบภายในจากเดิมที่กำหนดให้ทำงานในลักษณะของคณะกรรมการตรวจสอบการเงินแต่งตั้งข้าราชการอย่างน้อย 1 คน เป็นผู้ตรวจสอบภายในของส่วนราชการนั้น หรือของส่วนราชการในส่วนภูมิภาคในจังหวัดนั้น แล้วแต่กรณี

         พ.ศ. 2519 คณะรัฐมนตรีได้มีมติกำหนดให้ส่วนราชการที่เป็นกระทรวง ทบวง กรม และส่วนราชการที่เทียบเท่า รวมถึงจังหวัดทุกจังหวัดมีตำแหน่ง อัตรากำลัง เพื่อทำหน้าที่เป็นผู้ตรวจสอบภายในของจังหวัดโดยเฉพาะ โดยให้ปฏิบัติงานขึ้นตรงต่อหัวหน้าส่วนราชการหรือผู้ว่าราชการจังหวัดแล้วแต่กรณี และให้กระทรวงการคลังเป็นผู้รับผิดชอบในการฝึกอบรม
         พ.ศ. 2531-2532 กระทรวงการคลังได้พิจารณาเห็นสมควรให้มีการส่งเสริมสนับสนุน และผลักดันให้ส่วนราชการมีการตรวจสอบภายในที่เป็นระบบเพื่อสามารถเป็นเครื่องมือของผู้บริหารในการตรวจสอบ ติดตามการปฏิบัติงานของส่วนราชการในความรับผิดชอบได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบกับข้อกำหนดเกี่ยวกับงานตรวจสอบภายใน ในระเบียบการรับ จ่าย การเก็บรักษา และการนำส่งเงินของส่วนราชการ พ.ศ. 2520 ยังไม่ครอบคลุมถึงขอบเขต หน้าที่ความรับผิดชอบที่แท้จริงของการตรวจสอบภายใน จึงได้ยกเลิกข้อกำหนดเกี่ยวกับงานตรวจสอบภายในในระเบียบดังกล่าว และนำมากำหนดเป็นระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการตรวจสอบภายในของส่วนราชการ พ.ศ. 2532 (ซึ่งได้มีการปรับปรุงแก้ไขครั้งสุดท้ายในปี พ.ศ.2542)
         พ.ศ. 2541 ถึงต้นปี 2542 คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบในหลักการตามข้อเสนอของกระทรวงการคลังให้จัดตั้งคณะกรรมการตรวจสอบประจำกระทรวงเพื่อทำหน้าที่กำกับดูแลระบบควบคุมภายในและการตรวจสอบภายในในภาพรวมของกระทรวง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบภายในให้เป็นเครื่องมือที่สำคัญของผู้บริหารในการควบคุม ติดตาม การใช้จ่ายเงินงบประมาณให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของแผนงาน งาน/โครงการต่างๆ และให้จัดตั้งกลุ่มงานตรวจสอบภายในระดับกระทรวง เพื่อทำหน้าที่เป็นฝ่ายเลขานุการและทำหน้าที่ผู้ตรวจสอบภายในของกระทรวง โดยมุ่งเน้นการตรวจสอบงานโครงการที่มีความสำคัญ หรือที่มีความเสี่ยงสูง หรือที่มีสัญญาณบอกเหตุว่าอาจจะมีความเสียหายเกิดขึ้น โดยประสานแผนการตรวจสอบกับหน่วยตรวจสอบภายในระดับกรม เพื่อให้การตรวจสอบมีขอบเขตงานที่กว้างขวางและไม่ซ้ำซ้อนกัน
  
        มหาวิทยาลัยราชภัฏกาฬสินธุ์จึงได้จัดตั้งหน่วยตรวจสอบภายในขึ้น โดยการแบ่งส่วนงานภายใน ตามคำสั้งเลขที่ 638/2552ลงวันที่ 1 ตุลาคม 2552  เพื่อเพิ่มคุณค่าและปรับปรุงการปฏิบัติงานของส่วนราชการให้ดีขึ้นการตรวจสอบภายในจะช่วยให้ส่วนราชการบรรลุถึงเป้าหมายและวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ด้วยการประเมินและปรับปรุงประสิทธิผลของกระบวนการบริหารความเสี่ยง การควบคุมและการกำกับดูแลอย่างเป็นระบบ   จึงแต่งตั้งเจ้าหน้าที่และมอบหมายให้บุคลากรปฏิบัติงานตามโครงสร้างการแบ่งส่วนราชการภายในมหาวิททยาลัยราชภัฏกาฬสินธุ์ และทั้งนี้หน่วยงานตรวจสอบภายในจัดขึ้นเป็นหน่วยงานที่ขึ้นตรงในความรับผิดชอบของอธิการบดีหรือผู้อธิการบดีมอบหมาย มีหน้าที่รับผิดชอบดังนี้

 -   กำหนดเป้าหมาย ทิศทาง ภารกิจงานตรวจสอบภายใน โดยให้สอดคล้องกับนโยบายของ       
    มหาวิทยาลัยโดยคำนึงถึงความมีประสิทธิภาพของกิจกรรมการบริหารความเสี่ยงและ
    ความเพียงพอ             
-  หน่วยตรวจสอบภายในมีหน้าที่ในการตรวจสอบการปฏิบัติงานทุกหน่วยงานภายใน 
   มหาวิทยาลัย และมีอำนาจในการเข้าถึงข้อมูล เอกสาร หลักฐาน ทรัพย์สิน เจ้าหน้าที่       
   ที่เกี่ยวข้องกับงานตรวจสอบภายใน
-  หน่วยตรวจสอบภายในไม่มีอำนาจหน้าที่ในการกำหนดนโยบาย วิธีปฏิบัติงาน และระบบ      
   การควบคุมภายใน  หรือการแก้ไขระบบการควบคุมภายใน ซึ่งหน้าที่ดังกล่าวอยู่ในความ  
   รับผิดชอบของผู้บริหารที่เกี่ยวข้อง ผู้ตรวจสอบภายในมีหน้าที่เป็นเพียงผู้ให้คำปรึกษา 
   แนะนำ
-  ขอบเขตของการตรวจสอบภายในจะครอบคลุมทั้งการตรวจสอบด้านการเงินการบัญชี   
   การตรวจสอบการดำเนินงาน และการปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ที่เกี่ยวข้อง
   การตรวจสอบการบริหาร การตรวจสอบเทคโนโลยีสารสนเทศ รวมทั้งการสอบทาน และ
   ประเมินผลการควบคุมภายใน
-  กำหนดกฎบัตรไว้เป็นลายลักษณ์อักษร เสนอผู้บริหารสูงสุดของมหาวิทยาลัย  เพื่อพิจารณา
   ให้ความเห็นชอบ และเผยแพร่ให้หน่วยรับตรวจได้ทราบ
-  จัดให้มีการประกันคุณภาพงานตรวจสอบภายใน และให้มีการประเมินการประกันคุณภาพ   
   งานตรวจสอบภายใน
-  ติดตามผลการตรวจสอบเสนอแนะและให้คำปรึกษาแก่หน่วยรับตรวจ เพื่อให้การปรับปรุง
   แก้ไขของหน่วยรับตรวจเป็นไปตามข้อเสนอแนะในรายงานผลการตรวจสอบ   
-  ให้ผู้ตรวจสอบภายในปฏิบัติงานตรวจสอบให้เป็นไปตามมาตรฐานตามคู่มือ / แนวปฏิบัติ
    การตรวจสอบภายในของกรมบัญชีกลาง
-  ปฏิบัติงานอื่นที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบภายใน ตามที่ได้รับมอบหมายจากผู้บริหารสูงสุด 
   ของมหาวิทยาลัย